31 พ.ค. 2554

มารผจญ

                                            มารผจญ

ในพระพุทธประวัติมี  มารผจญ  มารที่มาผจญมิใช่มารปลายแถว
แต่เป็นพญามาร ชื่อ วสวัตตี ตามรังควานพระองค์มาถึง7ปี (ตโปกัมมสูตร)
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า..ท่านทรงตีความว่า
ได้แก่ อกุศลมูล3นั่นเอง ส่วนธิดามาร3ที่มาช่วยพญามาร
เทียบได้กับกิเลสชั้นปลายแถว
แต่สมเด็จ..ท่านก็ทรงลังเลอยู่เหมือนกัน
เพราะถ้าเป็นกิเลสจริง ทำไมธิดามารมายั่วพระพุทธเจ้า
หลังจากตรัสรู้ ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้
     ส่วนท่านพุทธทาสว่า
ธิดามารนั้นเป็นความคิดคำนึงย้อนหลังถึงควงามร้ายกาจ
ของกิเลสแค่ไหน ซึ่งเกิดขึ้นแก่พระพุทธเจ้าหลังตรัสรู้

   มารในสังยุตต์นี้ มีทางเป็นไปได้ทั้งกิเลสมาร และเทวบุตรมาร
บางครั้งก็น่าจะเป็นเพียงความรู้สึกฝ่ายต่ำ
ที่เกิดขึ้นชั่ววูบของพระสาวกผู้กำลังบำเพ็ญคนเดียวในป่า
พอรู้ตัวเกิดสติขึ้นมา ความรู้สึกนั้นก็หายไป
เท่ากับมารหายไปทันที
ที่ว่ามารไปเร็วมาเร็วก็เพราะเหตุนี้
แต่บางครั้งก็น่าจะเป็นเทวบุตรมารหรือเทวดาเกเรมาแกล้งจริง

24 พ.ค. 2554

หยุดชั่งคราวเพื่อกำจัดเหลืบที่มาเกาะดูดเลือดทีเวปหากินกับศาสนา

หยุดชั่วคราวเพราะมีมารศาสนา ทำตัวขัดขวางทุกวิถีในการเผยแผ พระศาสนา
จนกว่า พวกอเวจีที่มาเกาะเวปและใช้ศาสนาหากิน

พระธรรมเทศนาสอนเด็ก



   พระธรรมเทศนาสอนเด็ก

พระธรรมเทศนาสอนเด็ก มีไม่มาก
แต่มีวิธีการสอนเด็กของพระพุทธเจ้านั้นนับว่านับว่าน่าสนใจมาก 
พระองค์ตั้งคำถามง่ายๆ พร้อมทั้งอุปกรณ์ให้เด็กคิด
เช่น ตอนสอนเรื่องพูดเท็จ ทรงต้องการสอนว่า
คนที่พูดเท็จประจำ ไม่มีความดีอะไรเหลือในตัว
ทรงเอาขันตักน้ำแล้วเททิ้ง
เหลือน้ำในขันหน่อยหนึ่ง...เทน้ำหน่อยหนึ่งทิ้งเสีย....
คว่ำขันลง...หงายขันเปล่าขึ้น
แต่ละขั้นตอนทรงถามนำให้เด็กคิด
   น่าจะนำมาประยุกต์สอนธรรมแก่เด็กอย่างยิ่ง

21 พ.ค. 2554

โลกประกอบด้วยของคู่กัน

  ของที่อยู่ในโลกนี้จะเป็นของคุ่เสมอ
   สิ่งมีชีวิต...คู่สิ่งไม่มีชีวิต
   นก..คู่กับ ฟ้า
   ปลา...คุ่กับ น้ำ
   ใจ...คู่กับ กาย
  สลัดใจออกจากกาย ด้วย การปล่อยวาง(ออกจากการจองจำ)
ใจก็จะเป็นอิสระ..ว่างเปล่า(ไร้การจองจำ)

เฉกเช่นเราจะข้ามฟากต้องอาศัยแพ เมื่อข้ามพ้น ถึงฝั่งแล้ว
เราต้องสละ..แพ(อุปกรณ์)ที่ใช้ให้เป็นของโลกอย่างเดิม
...วางจากตัวตน...(อุปทาน ขันธ์5)
   ........นาทีทองของชีวิต....

9 พ.ค. 2554

แม่พิมพ์ของชาติ






แม่พิมพ์ของชาติ
แสงเรืองเรืองที่ส่องประเทืองอยู่ทั่วเมืองไทย
คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง
เหนื่อยยากอย่างไรไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง
ครูนั้นยังลำพองในเกียรติของตนเสมอมา

ที่ทำงานช่างสุดกันดารในป่าพงไพร
ถึงจะไกลก็เหมือนใกล้เร่งรุดไปให้ทันเวลา
กลับบ้านไม่ทันบางวันต้องไปอาศัยหลวงตา
ครอบครัวค่อยท่าไม่รู้ว่าไปอยู่ใหน

ถึงโรงเรียนก็เจียนจะสายจวนได้เวลา
เห็นศิษย์รออยู่พร้อมหน้าต้องรีบมาทำการสอน
ไม่มีเวลาที่จะได้มาหยุดพอพักผ่อน
โรงเรียนในดงป่าดอนให้โหยอ่อนสะท้อนอุรา

ชื่อของครูฟังดูก็หรูชวนชื่นใจ
งานที่ทำก็ยิ่งใหญ่สร้างชาติไทยให้วัฒนา
ฐานะของครูใครๆก็รู้ว่าด้อยหนักหนา
ยังสู้ทนอุตส่าห์สั่งสอนศิษย์มาเป็นหลายปี

นี่แหละครูที่ให้ความรู้อยู่รอบเมืองไทย
หวังสิ่งเดียวคือขอให้เด็กของไทยในพื้นธานี
ได้มีความรู้เพื่อช่วยเชิดชูไทยให้ผ่องศรี
ครูก็ภูมิใจที่สมความเหนื่อยยากตรากตรำมา


   

WELCOME...lungsem home

รูปภาพของฉัน
มีสติอยู่เสมอ อย่าเผลอสติ